"จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่" ชี้เทรนด์เคเบิลทีวี-ทีวีดาวเทียมแรงไม่หยุด เผยล่าสุดกินส่วนแบ่งตลาดไปแล้ว 38% ในแง่คนดู มั่นใจดีมานด์สูง ตลาดยังโตต่อเนื่อง พร้อมชูกลยุทธ์ค่าโฆษณาต่ำจูงใจลูกค้า ด้าน "ประวิทย์ มาลีนนท์" บอสใหญ่ช่อง 3 เผยฟรีทีวีโตน้อย เหตุเวลาโฆษณาขายหมดเกลี้ยง แถมราคายังติดเพดานสูงสุดในทุกช่วงเวลา พร้อมรอจังหวะปั้น "นิวมีเดีย-ทีวีดาวเทียม" ขณะที่ "อสมท" เตรียมรุกใหญ่ทั้งเปิดช่องเอง-รับจ้างขึ้นช่องเสริมฐานรายได้
นายเดียว วรตั้งตระกูล กรรมการผู้จัดการ หน่วยธุรกิจจีเอ็มเอ็ม บรอดคาสติ้ง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาธุรกิจเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม รวมถึงจานดาวเทียมมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งในตลาดกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยพบว่าในช่วงที่มีความวุ่นวายทางการเมืองและช่วงฟุตบอลโลก คนหันมาติดตั้งจานดาวเทียมเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการและจำหน่ายจานดาวเทียมมีปริมาณเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งนำเสนอโปรโมชั่นที่หลากหลาย ทั้งจานซี-แบนด์และเคยู-แบนด์
สำหรับซี-แบนด์ปัจจุบันมีผู้ประกอบการถึง 8 ราย ส่วนเคยู-แบนด์มีสัดส่วนที่มากขึ้น ทั้งจานเหลือง จานส้ม ฯลฯ ล่าสุดมีจานเขียว จานทอง บางค่ายก็ผนึกกำลังกันทำตลาด อาทิ เอเอสทีวีที่ทำตลาดร่วมกับจานส้ม ส่วนจานเหลืองก็จับมือกับจานน้ำเงิน (สามารถ) และล่าสุดจานเหลืองได้ทำรุ่น Easy สำหรับพกพาออกมาทำตลาด
จากปัจจัยดังกล่าวนายเดียวประเมินว่า ส่งผลให้ปัจจุบันมีคนรับสัญญาณทีวีผ่านเคเบิลทีวีและจานดาวเทียม (รวมทรูวิชั่นส์) ทั่วประเทศแล้วราว 7.6 ล้านครัวเรือน เพิ่มขึ้น 20% หรือมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 38% และคาดการณ์ว่าถึงสิ้นปีจะมีครัวเรือนที่ติดเคเบิลทีวีและจานดาวเทียมทุก ระบบรวมประมาณ 12.2 ล้านครัวเรือน
ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า ในความเป็นจริง การที่ผู้บริโภคหันมาเปิดรับและติดตั้งเคเบิลทีวีและติดตั้งจานดาวเทียมมาก ขึ้นนั้นเกิดจากความต้องการทดแทนเสาอากาศแบบก้างปลา และมีคอนเทนต์ให้เลือกได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังสามารถที่จะดูฟรีทีวีได้ชัดขึ้นด้วย
นายเดียวระบุว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าคอนเทนต์จากแซตเทลไลต์ทีวีและเคเบิล ทีวีจะเข้าถึงครัวเรือนไทยได้เกิน 50% และเพิ่มเป็น 15.8 ล้านครัวเรือน ในปี 2555 และ 20.6 ล้านครัวเรือน ในปี 2556 หรือ 100% ซึ่งหมายความว่า ผู้บริโภคสื่อจะมีทางเลือกมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการฟรีทีวีอย่างช่อง 3, 5, 7, โมเดิร์นไนน์ทีวีก็จะต้องแข่งขันกับเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมหนักขึ้น
นอกจากนี้เจ้าของสินค้าและมีเดียเอเยนซี่ก็มีทางเลือกมากขึ้นเช่นกัน ที่สำคัญเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ฟรีทีวีต้อง ปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะจะไม่สามารถขายโฆษณาได้ในอัตราที่สูงเหมือนที่ผ่านมา จะมีก็เพียงแค่ช่วงเวลาไพรมไทม์เท่านั้นที่น่าจะยังขายได้ และจากข้อมูลพบว่าช่วงเวลาที่เป็นไพรมไทม์และซูเปอร์ไพรมไทม์ของเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียมก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับฟรีทีวีด้วยเช่นกัน
ผลสำรวจชี้จานดาวเทียมขยายตัวสูง
จากการสำรวจวิจัยของเอจีบี เนลสัน รีเสิร์ช ที่ได้สำรวจในเขตกรุงเทพฯ ช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน 2552-พฤษภาคม 2553 และต่างจังหวัดในช่วงเดือนสิงหาคม 2552-กุมภาพันธ์ 2553 จากจำนวนครัวเรือน 20 ล้านครัวเรือน พบว่า จานดาวเทียมขยายตัวสูงที่สุดทั้งในเขตกรุงเทพฯ หัวเมือง และต่างจังหวัด โดยตลาดจานดาวเทียมทุกระบบเติบโตเพิ่มขึ้นรวม 39% ในเขตกรุงเทพฯเติบโต 43% หัวเมืองใหญ่เติบโต 24% และในต่างจังหวัดรอบนอกเติบโต 42%
ขณะที่เคเบิลท้องถิ่นขยายตัวรวมราว 8% แต่ในพื้นที่ต่างจังหวัดรอบนอกขยายตัว 19% ขณะที่ทรูวิชั่นส์อยู่ในภาวะทรงตัวและขยายตัวติดลบ 7% ในหัวเมืองใหญ่ (ดูตารางประกอบ)
นายเดียวกล่าวต่อไปว่า ตอนนี้สินค้า รายใหญ่ทั้งบริษัทข้ามชาติและในประเทศต่างให้ความสนใจและเริ่มเข้ามาใช้งบฯ กับเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมอย่างชัดเจนใน ทุก ๆ กลุ่มสินค้า ทั้งนี้เป็นผลมาจากความได้เปรียบฟรีทีวีในหลาย ๆ ด้าน อาทิ สามารถทำ Branded Content ด้วยการสร้างคอนเทนต์ร่วมกับสินค้า การชิงโชค ขายตรงทางทีวี (DRTV) ทำกิจกรรมออนกราวนด์เสริม, ทำสกู๊ป สปอต ฯลฯ
"สำหรับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ยังคงให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในด้าน คอนเทนต์ พร้อมวางโรดแมปที่สอดรับกับเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย"
นางวรรณี รัตนพล ประธานบริหาร บริษัท ไอพีจี มีเดีย แบรนด์ส จำกัด บริษัทวางแผนและซื้อสื่อโฆษณา กล่าวว่า ปีนี้เจ้าของสินค้าหันไปใช้สื่อเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมเพิ่มขึ้น เพราะจำนวนคนดูปรับตัวสูงขึ้นถึงเกือบ 50% ของตลาดคนดูทีวี และเป็นสื่อที่คุ้มค่า คุ้มราคา เพราะราคาขายโฆษณายังอยู่ในหลัก 3-4 พันบาทเท่านั้น
ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการโฆษณารายหนึ่งระบุว่า แม้ว่าการโฆษณาผ่านสื่อเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมจะได้รับความนิยมและมีการ เติบโตขึ้นมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่หากเมื่อเทียบกับเม็ดเงินโฆษณาทั้งระบบอาจจะยังมีไม่มากนัก หรือหากเทียบกับฟรีทีวี มูลค่าโฆษณาผ่านเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมก็ยังมีเพียงส่วนน้อยมาก คือยังไม่ถึง 10% ซึ่งที่ผ่านมายังเป็นอะไรที่มอนิเตอร์ ยาก ทั้งในแง่ของมูลค่าโฆษณาและเรตติ้งคนดู ที่สำคัญบริษัทเอจีบี เนลสันฯ ก็ยังไม่ได้เก็บข้อมูลในธุรกิจนี้แต่อย่างใด
ช่อง 3 ยอมรับ "รายได้" โตไม่มาก
นายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่า ปีนี้ช่อง 3 ทำผลงานได้ดีมาก ทั้งในแง่ของรายได้จากโฆษณาและเรตติ้ง แต่สำหรับในแง่ของรายได้จากโฆษณานั้นพบว่าไม่ได้ขยายตัวมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมาเวลาโฆษณาที่มีอยู่ขายไปหมดแล้ว โดยช่วงไพรมไทม์โฆษณาล้นมาตั้งแต่ต้นปีกระทั่งถึงตอนนี้ ขณะที่การปรับขึ้นค่าโฆษณาทำได้ยากขึ้น เพราะติดเพดานเต็มที่แล้วในทุกช่วงเวลา ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่มีทางแก้
"ตอน นี้วันหนึ่งเรามีเวลาขายโฆษณาได้ 240 นาที และก็เต็มหมดแล้ว การขยายตัวในช่วงครึ่งปีหลังนี้จึงขึ้นอยู่กับการจัดแพ็กเกจการขายรูปแบบ ใหม่ ๆ สำหรับธุรกิจมีเดียที่บริษัทลงทุนไปแล้ว ขณะนี้ยังไม่ ส่งผลชัดเจนนักในแง่ของรายได้ แต่จะได้เพียงในแง่ของการเป็นสื่อที่ช่วยสนับสนุนด้านงานประชาสัมพันธ์เป็น หลัก"
สำหรับความคืบหน้าของธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม นายประวิทย์กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ในช่วงการเตรียมการยังไม่ได้ลงทุนเปิดสถานี เพราะต้องรอให้กฎระเบียบต่าง ๆ ชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่
ฟรีทีวีเตรียมขยับตัวครั้งใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ช่อง 3 มีแผนที่จะเปิดให้บริการทีวีดาวเทียมรวม 2-3 ช่อง ในคอนเทนต์ประเภทสถานีข่าว 24 ชั่วโมง สถานีอาหารและท่องเที่ยว ฯลฯ ทั้งนี้มองว่าทีวีดาวเทียมเป็นสื่อใหม่ที่มีโอกาสทางธุรกิจสูง อีกทั้งยังสามารถรองรับเม็ดเงินโฆษณาที่ทะลักมาจากช่องฟรีทีวีได้อีกด้วย แต่ก็เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง จึงต้องใช้เวลาศึกษาและเลือกคอนเทนต์ที่แข็งแรง อย่างไรก็ตามภายในปีนี้น่าจะเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวในบางส่วนได้
เช่นเดียวกับ อสมท ที่นายธนวัฒน์ วันสม ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบื้องต้นนี้ อสมท ได้เตรียมงบฯไว้ 500 ล้านบาท สำหรับรุกธุรกิจทีวีดาวเทียมรวม 15 ช่อง ออกอากาศผ่านทั้งระบบซี-แบนด์, เคยู-แบนด์ รวมถึงเครือข่ายของทรูวิชั่นส์ นอกจากนี้ อสมท ยังได้เตรียมความพร้อมสำหรับเปิดให้เช่าช่องสัญญาณกับกลุ่มผู้ประกอบการทีวี ดาวเทียม (รับขึ้นสัญญาณ) ภายใต้โมเดล "MCOT Network" อีกด้วย โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้ามาเช่าช่องสัญญาณในเฟสแรกประมาณ 10 ช่อง และเพิ่มอีก 10 ช่องในเฟสสอง และเพิ่มเป็น 30-40 ช่องในอนาคต ซึ่งเป็นแนวทางทำให้ อสมท มีรายได้จากธุรกิจ ใหม่ ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
:ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
Adtvcthai.com@2009. Contact Us
