"ทรูวิชั่นส์" ได้ชื่อว่าเป็นธุรกิจเคเบิลทีวีระดับชาติรายเดียวในประเทศไทย ครองตลาดมายาวนาน ล่าสุดเริ่มวางสเต็ปใหม่ Regional Player
ท่ามกลางสุญญากาศของการจัดทำกฎหมายสื่อหลายฉบับ ที่ตามไม่ทันเทคโนโลยีและผู้ประกอบการ หลังจากรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.การประกอบการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ปี 2551 กำหนดให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จัดทำระเบียบหลักเกณฑ์ให้ใบอนุญาตชั่วคราว 1 ปี กับกิจการเคเบิลทีวี ที่มีอยู่ทั่วประเทศราว 400 ราย
ตลอดปีที่ผ่านมา "ทรูวิชั่นส์" ปล่อยให้ "เคเบิลท้องถิ่น" ออกมาสร้างสีสัน ดำเนินกิจกรรม ฟอร์มทีม ยึดพื้นที่สื่อสร้างแบรนด์ซีทีเอช (CTH) ลุยตลาดเต็มสูบ แต่มาปีนี้ที่กระแสนิว มีเดีย-เคเบิลทีวี ได้รับความสนใจจากการปลดล็อก ให้สามารถหารายได้จากโฆษณา "ทรูวิชั่นส์" เพิ่มความแรงเกมตลาดอีกรอบ ด้วยกลยุทธ์ขยายฐานสมาชิก ครอบคลุมทุกเซ็กเมนท์
ธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ทรูวิชั่นส์ ย้ำว่า 'ทรูวิชั่นส์' เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งเรื่องคอนเทนท์ ทั้งในและต่างประเทศ เพราะด้วยเป็นผู้รับสัมปทานจาก อสมท และเป็นบริษัทในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงถูกตรวจสอบเรื่องลิขสิทธิ์รายการต่างๆ อย่างเข้มข้น แต่ส่งผลให้แบรนด์ทรูวิชั่นส์ เป็นแบรนด์คุณภาพด้วยคอนเทนท์หลากหลาย แต่ก็ตามมาด้วยภาพความเป็นแบรนด์พรีเมียมที่มีราคาค่าสมาชิกค่อนข้างสูง ที่ผู้บริโภคมองว่า "จับต้องได้ยาก"
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา "ทรูวิชั่นส์" เดินกลยุทธ์ผสานข้อมูลเนื้อหา คอนเวอร์เจนซ์กับ "ทรูมูฟ" ด้วยการสร้างฐานสมาชิกกลุ่มตลาดแมส ผ่านแพ็คเกจ "ทรูไลฟ์ ฟรีวิว" ใช้โทรศัพท์มือถือ ทรูมูฟ 300 บาท รับชมฟรีแพ็คเกจ ทรูไลฟ์ ฟรีวิว 45 ช่อง รวมทั้ง "โนว์เลจ แพ็คเกจ" จำนวน 56 ช่อง อัตราค่าสมาชิก 340 บาท ทั้งสองแพ็คเกจ ส่งให้สมาชิกตลาดแมส เติบโตอย่างรวดเร็ว
ทำให้ผลประกอบการทรูวิชั่นส์ ปี 2552 มีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 1.1% หรือมีรายได้ 9.5 พันล้านบาท เนื่องจากกลยุทธ์การขยายตลาดสู่ลูกค้าในระดับกลางและล่าง ที่ประสบความสำเร็จต่อเนื่อง รวมทั้งเริ่มมีรายได้จากการโฆษณาในช่องรายการต่างๆ โดยทรูวิชั่นส์ มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 13.2% เป็น 1.7 ล้านรายในปี 2552 ขณะที่อัตราการเปลี่ยนแพ็คเกจ สำหรับลูกค้าในระดับกลางและล่าง มาใช้แพ็คเกจที่มีราคาสูงกว่าของทรูวิชั่นส์ เพิ่มขึ้นเป็น 38.5%
เมื่อลูกค้าเริ่มรู้จักคอนเทนท์ต่างๆ ของ ทรูวิชั่นส์ ผ่านแพ็คเกจเริ่มต้นที่ราคาต่ำสุด และเห็นว่าเป็นคอนเทนท์ที่น่าสนใจ จึงเริ่มขยับสู่แพ็คเกจที่สูงขึ้น และเปลี่ยนการรับรู้ว่าเป็นแบรนด์ที่คุ้มค่าและยอมรับกับอัตราค่าสมาชิกที่ คุ้มค่าได้
"ทรูวิชั่นส์เป็นเจ้าแห่งการนำเสนอคอนเทนท์ใหม่ๆ ที่อยู่ในความสนใจของผู้ชม ทั้ง เรียลลิตี้ กีฬา ภาพยนตร์ เพลง สารคดี และช่องความรู้ ที่ทุกคนสามารถเป็นสมาชิกได้" ธิติฏฐ์ ย้ำ
ปีนี้ ทรูวิชั่นส์ จะเสริมทัพด้วยช่องใหม่ๆ ที่ผลิตเอง รวม 8 ช่อง เป็นช่องที่ผลิตโดย อสมท 3 ช่อง แต่ละช่องลงทุนราว 50-100 ล้านบาท เพื่อเป็น "ทางเลือก" ให้ผู้ชมตลาดแมสและระดับกลาง ที่ชื่นชอบช่องรายการไทย และเป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกับผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่น เพื่อส่งให้เป้าหมายจำนวนสมาชิกทรูวิชั่นส์ปีนี้ทะลุ 2 ล้านราย
การจับมือรุกตลาดภายใต้แบรนด์ "ซีทีเอช" ของเคเบิลทีวีท้องถิ่น กระทั่งการขยายตัวทำตลาดของจานสีต่างๆ ธิติฏฐ์ ย้ำว่าไม่ได้กระทบกับทรูวิชั่นส์ แต่ยิ่งทำให้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น จากคอนเทนท์คุณภาพและหลากหลาย เปรียบเช่นถ้า "ไม่เห็นสีดำ ก็จะไม่เห็นสีขาว"
เคเบิลท้องถิ่น'ซีทีเอช'ผนึกกันสู้
ฝ่ายผู้ประกอบการกลุ่มเคเบิลภูธร...เกิดและค่อยๆ เติบโตรวมระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ กทช. เตรียมให้หลักประกันเป็นใบอนุญาตชั่วคราว 1 ปี ในปี 2553 "เคเบิลทีวีท้องถิ่น" ซึ่งร่วมตัวในนาม สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย โดยมี เกษม อินทร์แก้ว นั่งนายกสมาคมฯ ประกาศกร้าว ดันตัวเลขจำนวนครัวเรือนไทยเป็นสมาชิกเคเบิลทีวีท้องถิ่น 4 ล้านครัวเรือน หรือ 16 ล้านผู้ชม ภายในสิ้นปี 2554 จำนวน 5 ล้านครัวเรือน หรือ 20 ล้านผู้ชม และในปี 2556 จำนวน 10 ล้านครัวเรือน หรือ 40 ล้านผู้ชม
เมื่ออยู่ในฐานะผู้ประกอบการเคเบิลทีวี ที่พ่วงติดมาด้วยคำว่า 'ท้องถิ่น' ซึ่งมีคู่แข่งเป็นแบรนด์ระดับประเทศในนาม "ทรูวิชั่นส์" ปฏิบัติการเสริมความแข็งแกร่ง สร้างจุดต่าง จึงเริ่มจากการรวมผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่น 140 รายจัดตั้ง บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ CTH (Cable Thai Holding Plc.) เพื่อรวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้แบรนด์ 'ซีทีเอช'
ประเดิมเปิดตัว CTH Platform รวบรวมช่องรายการทั้งในและต่างประเทศที่สมัครใจ "ล็อกสัญญาณ" นำเสนอผ่านเคเบิลทีวี 'ซีทีเอช' ประเดิมเฟสแรก 26 ช่อง ขณะที่เป้าหมายปลายทางอยู่ที่ 60 ช่องในช่วงกลางปี 2554 เพื่อส่งให้แบรนด์ซีทีเอช เป็นอีก 'ตัวเลือก' ที่แข่งขันได้กับทรูวิชั่นส์ ด้วยจุดแข็งอัตราค่าบริการเพียงเดือนละ 300-350 บาท ขณะที่ช่องรายการโดดเด่นและหลากหลาย เมื่อรวมช่องพื้นฐาน 26 ช่อง และช่องรายการท้องถิ่น ที่แต่ละรายคัดเลือกจากช่อง ฟรี ทู แอร์ มาให้สมาชิกได้รับชมจะมีไม่ต่ำกว่า 40 ช่อง
ด้วยคอนเทนท์หลักที่อยู่ในความสนใจของผู้ชม ไม่ว่าจะเป็น ช่องข่าว กีฬา ภาพยนตร์ บันเทิง ที่มีให้เลือกชมทั้งในและต่างประเทศ ศึกเคเบิลทีวีครั้งนี้ ซีทีเอช มั่นใจว่าสามารถแข่งขันกับรายใหญ่ระดับชาติได้แบบที่เรียกว่า "หายใจรดต้นคอ" กันเลยทีเดียว
กระแสนิยมเคเบิลทีวีในไทยยังเติบโตได้อีกมาก เพราะหากเปรียบเทียบไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย ทั้ง ทรูวิชั่นส์ และ ซีทีเอช มองตรงกันว่า "ตลาดนี้ ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก" เพราะด้วยตัวเลขสมาชิกผู้ชมเคเบิลไทยมีเพียง 20% จาก 19 ล้านครัวเรือน ขณะที่มาเลเซีย มีสัดส่วนผู้ชมเคเบิล 50% ,สิงคโปร์ 57% และฮ่องกง 72% ตลาดนี้จึงเปิดกว้างอยู่ที่"คอนเทนท์" ของใครว่าจะโดนใจผู้ชม ศึกยกแรงนิวมีเดียเริ่มต้นแล้ว หลายคนคาดว่าจะไปเร็วและแรงไม่น้อยทีเดียว
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
Adtvcthai.com@2009. Contact Us
