มหาวิทยาลัยเอกชนอัดกลยุทธ์ชิงตัวนักศึกษา โปรยงบฯโฆษณาทีวี-สิ่งพิมพ์-ออนไลน์ ต้อนรับปีการศึกษาใหม่ พร้อมกิจกรรมโอเพ่นเฮาส์-โรดโชว์ เจาะตามโรงเรียนต่าง ๆ เน้นสร้างกิจกรรมเพิ่มประสบการณ์ดึงเด็กเข้าเรียน ม.กรุงเทพสร้างจุดต่างชู Creative University จับตาธุรกิจบัณฑิตย์หลัง "วรากรณ์" หวนนั่งตำแหน่งอธิการบดี
นับวันการแข่งขันในธุรกิจ การศึกษายิ่งสูงขึ้น เพราะไม่ใช่เพียงการแข่งขันในกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนด้วยกัน แต่ยังต้องแข่งกับมหาวิทยาลัยของรัฐ รวมทั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชมงคล ที่มีการ ปรับฐานะขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัย ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยทั้งหมดกว่า 164 แห่ง ขณะที่ตัวเลขของเด็กที่เรียนจบชั้น ม.6 ปีการศึกษา 2552 มีประมาณ 3.5 แสนคน ทำให้ในช่วงที่จะมีการเปิดรับนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยเอกชนต่างรุกทำการตลาดอย่างเต็มที่
นางอุบลรัตน์ ตรียะวรม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อก่อนมหาวิทยาลัยอาจจะไม่ต้องทำการตลาดมากก็มีเด็กมาเรียน แต่ตอนนี้นอกจากต้องทำการตลาดรอบด้านแล้ว ยังต้องหาจุดยืนให้กับมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความต่างให้นักศึกษาสนใจ ซึ่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้เริ่มออนแอร์โฆษณาชุด "BU Man" เพื่อเผยจุดยืนใหม่ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในความเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ หรือ Creative University
"นโยบายของทางมหาวิทยาลัยจะลงทุกสื่อทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งสื่อออนไลน์ที่จะเข้าถึงเด็กได้ง่าย พร้อมด้วยกิจกรรมการจัดโอเพ่นเฮาส์ เพราะมองเห็นว่าเมื่อเด็กได้มาสัมผัสมหาวิทยาลัยจะอยากมาเรียน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่มีทุน BU Creative เพื่อย้ำภาพของการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์"
ด้านมหาวิทยาลัยศรีปทุม นายกมล จิราพงศ์ รองประธานคณะกรรมการด้านการตลาด กล่าวว่า ปีนี้มหาวิทยาลัยปรับเปลี่ยนการทำตลาดจากเดิมที่เน้นประชาสัมพันธ์ตามสื่อ ต่าง ๆ ไปเป็นการจัดสัมมนา รวมถึงการเข้าไปในโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ปกครอง ครูและนักเรียน รู้จักมหาวิทยาลัยศรีปทุม ในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัยสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่มีหลักสูตรที่ตอบสนองกระแสสังคมและตลาดแรงงานที่ทันสถานการณ์อยู่ตลอด เวลา
อย่างเช่นหลักสูตรดิจิทัลมีเดียโลจิสติกส์ หรือวารสารสนเทศ เป็นหลักสูตรใหม่ที่คนภายนอกยังไม่มีความเข้าใจ จึงต้องจัดกิจกรรมต่าง ๆ สร้างการรับรู้และความเข้าใจในหลักสูตรดังกล่าว และปีนี้ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยครบรอบ 40 ปี ในเดือนพฤษภาคมนี้จะเปิดอาคาร 40 ปี เป็นห้องสมุด 7 ชั้น ทันสมัยที่สุดในประเทศ
ขณะที่นางสาววลัย วัฒนะศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสื่อสารการตลาด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การแข่งขันปีนี้ยังเชื่อว่ารุนแรงเหมือนเดิม เพราะเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น โดยก่อนหน้านี้ทางมหาวิทยาลัยได้จัดโรดโชว์ไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศ ทำให้ได้ยอดผู้กรอกใบสมัครแล้วมากกว่า 1 หมื่นคน ซึ่งในส่วนนี้ทางมหาวิทยาลัยจะให้ส่วนลดค่าเล่าเรียนจำนวน 3,500 บาท หากได้ 40% ของยอดผู้สมัครก็ถือว่าพอใจแล้ว
"ขณะเดียวกันยังมีการโฆษณาผ่านทุกสื่อโดยให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์ ซึ่งปีนี้เปิดตัวด้วยคอนเซ็ปต์ ซ้อมใหญ่ให้กับชีวิต ที่สื่อถึงว่าการมาเรียนที่ธุรกิจบัณฑิตย์ ก็เหมือนกับการซ้อมใหญ่ที่ทุกอย่างต้องรันเหมือนจริงทุกประการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของท่านอธิการบดีคนใหม่ คือ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ที่ต้องการนำการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ"
ซึ่งการกลับมานั่งในตำแหน่งอธิการบดีอีกครั้งของ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการวางแนวนโยบายและแผนกลยุทธ์ไว้ชัดเจนเพื่อทำให้สังคมเห็นว่า แม้จะไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ แต่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ซึ่ง รศ.ดร.วรากรณ์เชื่อว่า ต่อไปมหาวิทยาลัยจะแข่งขันกันที่คุณภาพการศึกษามากกว่ายอดผู้สมัคร
สำหรับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบค นายกมล กิจสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและประมวลผล กล่าวว่า เนื่องจากเอแบคเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche) รับนักศึกษาเฉพาะในหลักสูตรนานาชาติ จึงไม่ได้มีการโฆษณาในสื่อต่าง ๆ มากนัก เพราะมีกลุ่มนักศึกษาที่สนใจมาเรียนอยู่แล้ว เพียงแต่ประกาศ ไปตามโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 300 แห่งที่มีการติดต่อกันอยู่ เพื่อให้ทราบเวลาการเปิดรับสมัคร และขึ้นตัววิ่งผ่านเคเบิลทีวี ดีเอสทีวี รวมถึงในช่องเอแบค แชนเนล และทางเว็บไซต์การศึกษา ซึ่งเด็กที่จบจากเอแบคส่วนใหญ่จะได้รับโอกาสในการทำงานเหนือเด็กในหลักสูตร ภาษาไทยอยู่แล้ว จึงอาศัยการบอกต่อกันมากกว่า
ด้านนายสมเกียรติ รุ่งเรืองวิริยะ ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เนื่องจาก ทางมหาวิทยาลัยมองว่าตอนนี้น่าจะเลยจุด การแข่งขันที่รุนแรงแล้ว จึงไม่ได้โหมโฆษณามาก แต่เน้นการทำตลาดครบเครื่องเหมือนปีที่ผ่านมา และย้ำภาพการเป็นมหาวิทยาลัยคุณภาพ การสร้างสังคมธรรมาธิปไตยหรือการเป็นสถาบันเพื่อสังคม อย่างไรก็ตามจะมีโฆษณาทางทีวีในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ เพื่อขยายภาพให้ชัดขึ้น ด้วยแนวคิดปีนี้คือ "การสร้างโอกาสในการส่งต่อ"
และเมื่อเร็ว ๆ นี้จะเปิดตัว "สมาร์ททีม" เป็นโครงการต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยนำรุ่นพี่ใน 25 คณะของมหาวิทยาลัยรังสิตมาตอบคำถามและให้คำแนะนำกับนักเรียนที่สนใจเข้า เรียนมหาวิทยาลัยรังสิต ผ่านเว็บไซต์เด็กดีดอทคอม
ทั้งนี้สภาพที่เห็นชัดเจนขณะนี้แทบทุกมหาวิทยาลัยจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารทางอิน เทอร์เน็ต รวมถึงการสร้าง ชุมชนออนไลน์ผ่านทางไฮไฟ เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ เนื่องจากเป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีและมีต้นทุนที่ต่ำ ด้านงบประมาณที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งใช้สำหรับการทำการตลาดปีนี้ยังไม่ต่าง จากปีที่ผ่านมามากนัก
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ
Adtvcthai.com@2009. Contact Us
