เนกซ์สเตป ปรับแผน เปิดตลาดเคเบิลทีวีท้องถิ่น ทุ่ม 200 ล้านหันผลิตสารคดีในประเทศ ผ่านทีวีดาวเทียม รับระบบ “ท็อปอัพ” ทีวีเติมเงิน โดนทีวีดาวเทียมเบียดพลาดเป้า
นายอมรภัทร ชมรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนกซ์สเตป จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจด้านคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ผลิตช่องรายการรวม 6 ช่อง ประกอบด้วย สำรวจโลก,เนกซ์สเตป เทเลวิชั่น, ช่องมิวสิคไลฟ์สไตล์, มายไซน์, บุษบา คาเฟ่ และเรียลเมโทร ในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับบิซิเนส โมเดล การออกอากาศใหม่ผ่านระบบเคเบิลทีวีท้องถิ่น หรือ ซีทีเอช
จากเดิมทั้ง 6 ช่องจะออกอากาศผ่านระบบจานดาวเทียมเคยูแบนด์ จานเหลืองดีทีวี ด้วยระบบเติมเงิน หรือท็อปอัพ ทีวี เดือนละ 199 บาท แต่ตลอดปี 2552 มี ทีวีดาวเทียมเปิดใหม่จำนวนมากทำให้ผู้ชมมีทางเลือกในการรับชมช่องรายการฟรี ผ่านทั้งจานดาวเทียมระบบเคยู แบนด์ และซีแบนด์ ส่งผลให้รูปแบบท็อปอัพ ทีวี ไม่ประสบความสำเร็จ และมีรายได้ไม่ตามเป้าหมาย
ดังนั้นบริษัทจึงปรับรูปแบบธุรกิจใหม่ด้วยการ ร่วมเป็นพันธมิตรกับ เคเบิลทีวีท้องถิ่น ซีทีเอช ทำให้มีรายได้ที่แน่นอน จากการขายคอนเทนท์ ให้กับเคเบิลทีวีท้องถิ่น และรายได้จากโฆษณา ส่วนรูปแบบท็อปอัพทีวี กับจานเหลืองดีทีวี เหลือเพียง 3 ช่องคือ สำรวจโลก เนกซ์สเตป และ มิวสิคไลฟ์สไตล์ ด้วยอัตราค่าชม 199 บาท ระยะเวลา 3 เดือน
“จุดมุ่งหมายของเราคือการเป็นคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ที่มีรายการออกอากาศบนทุกช่องทาง เพื่อเป็นทางเลือกของคนไทยในราคาที่สามารถจ่ายได้” นายอมรภัทร กล่าว
นายอมรภัทร กล่าวอีกว่าหลังจากปรับรูปแบบการออกอากาศช่องรายการมายังเคเบิลทีวีท้องถิ่น ซึ่งเป็นตลาดกลุ่มแมส ทำให้บริษัทต้องปรับคอนเทนท์ให้เหมาะกับกลุ่มดังกล่าว ดังนั้นในปีนี้วางแผนจะใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท ในการผลิตคอนเทนท์ใหม่ทางช่อง เนกซ์สเตป จากเดิมที่เน้นคอนเทนท์ต่างประเทศ มาเน้นคอนเทนท์ “สารคดี” ไทย ซึ่งยังไม่ช่องคอนเทนท์ทางเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม ผลิตในรูปแบบนี้มากนัก
สำหรับเนกซ์สเตปมีเป้าหมาย คือการเป็นผู้ผลิตรายการเชิงสาระเพื่อความรู้ (Edutainment) ทำให้อัตราค่าโฆษณาช่องรายการของบริษัทอยู่ที่นาทีละ 7,000-10,000 บาทต่อนาที สูงกว่าภาพรวมตลาดซึ่งอยู่ในอัตรา 5,000 บาทต่อนาที ทั้งนี้ เอเยนซี และผู้ลงโฆษณากับช่องรายการของบริษัท ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มีแบรนด์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เทสโก้ โลตัส, ปตท.,ยูนิลีเวอร์, โรงพยาบาลสมิติเวช
ในปีนี้บริษัทวางเป้าหมายรายได้ประมาณ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 120 ล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นในปีนี้จะมาจากโฆษณาสินค้าในรายการที่มีอัตราการเติบโตสูง
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
Adtvcthai.com@2009. Contact Us