"พีอาร์ 124" ประกาศอ้าแขนเปิดรับพันธมิตรรอบด้าน ชี้ธุรกิจหันมาใช้งบฯการตลาด-พี.อาร์.เพิ่มขึ้นแล้ว แบรนด์-องค์กร ต่าง ๆ แอ็กทีฟตั้งแต่ต้นปี จับตากลุ่มธุรกิจการศึกษามาแรงสุด ๆ เผยผลประกอบการปี"52 รายได้เพิ่มขึ้นกว่า 40% มั่นใจปีนี้กลับมามีกำไรอีกครั้งหนึ่ง
ตกเป็นข่าวเรื่องการ ขายหุ้น และมีกลุ่มผู้บริหารใหม่เข้ามาบริหารงานอยู่เป็นระยะ สำหรับกลุ่มบริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ทั้งกับกลุ่มบริษัทเอเยนซี่โฆษณา บริษัท พี.อาร์. บริษัทเอ็นเตอร์ เทนเมนต์ ฯลฯ กระทั่งกลุ่มของนักการเมือง
นายนิมิตร หมดราคี ประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือพีอาร์ 124 เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันบริษัทพีอาร์ 124 ได้เปิดกว้างในการรับพันธมิตรใหม่เข้ามาร่วมงานทุกรูปแบบ ทั้งเข้ามาซื้อหุ้น เข้ามาร่วมบริหาร ฯลฯ เนื่องจากพีอาร์ 124 เป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทหรือบุคคลที่สนใจธุรกิจประชาสัมพันธ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศมี สิทธิ์เข้ามาซื้อหุ้นในตลาดได้ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่บริษัทจะมีกระแสข่าวค่อนข้างหลากหลายเกี่ยวกับหุ้นอยู่ ในขณะนี้
ทั้งนี้พันธมิตรล่าสุดของกลุ่มพีอาร์ 124 คือ กลุ่มของนายคุณากร เศรษฐี หนึ่งในผู้ถือหุ้นบริษัท พร้อมมิตร โปรดักชั่นส์ จำกัด ที่ได้เข้ามาถือหุ้นจำนวน 17% พร้อมทั้งเข้ามาร่วมบริหารงาน และร่วมกับบริษัท เจซี เดอโก (ประเทศไทย) จำกัด บริหารสื่อโฆษณาของสายการบินไทย แอร์เอเชีย ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาเท่านั้น
"ธุรกิจประชาสัมพันธ์เป็นธุรกิจหนึ่งที่มีโอกาสในการเติบโตสูง ทำให้หลายฝ่ายให้ความสนใจ สำหรับพีอาร์ 124 นั้นที่ผ่านมา เราได้ทำงานร่วมกับหลาย ๆ องค์กรของรัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งอาจมีผลทำให้ถูกมองว่ามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับหลาย ๆ องค์กร" นายนิมิตรกล่าว
นายนิมิตรยังกล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจประชาสัมพันธ์ ในปีนี้ด้วยว่า น่าจะมีศักยภาพในการเติบโตได้ดีกว่าปีที่ผ่านมาราว 10-20% ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมือง ณ เวลานี้ คนไทยส่วนใหญ่รับสภาพได้แล้ว ทำให้เชื่อว่าทุกส่วนจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นได้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นแรงเหวี่ยงต่อเนื่องมาจากปลายปีที่ผ่านมาที่ธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงองค์กรภาครัฐกลับมาใช้งบฯการตลาดและประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอย่าง ชัดเจน
นอกเหนือจากธุรกิจกลุ่มเดิม ๆ ที่ใช้งบฯด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์กันอยู่แล้ว ในปีนี้ยังมีกลุ่มธุรกิจด้านการศึกษาที่คาดว่าจะเข้ามาสร้างให้วงการตลาดและ ประชาสัมพันธ์มีสีสันและขยายตัวมากขึ้น ทั้งสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษาจากต่างประเทศที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาทำตลาดในประเทศ ไทย ทำให้เชื่อว่าทุกสถาบันการศึกษาจะหันมาใช้งบฯโฆษณาและประชาสัมพันธ์เพื่อ สร้าง แบรนด์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
สำหรับปีที่ผ่านมาบริษัทมีผล ประกอบการอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีรายได้ในปี 2552 รวม 87.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.93 ล้านบาท หรือเท่ากับร้อยละ 49.32 เมื่อเทียบกับปี 2551 ซึ่งบริษัทมีรายได้รวมเพียง 58.64 ล้านบาท เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ทำให้ลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนเริ่มดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้ตามปกติ แต่บริษัทยังอยู่ในภาวะขาดทุน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีที่บริษัทมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% และกลับมามีผลประกอบการที่มีกำไรได้อีกครั้ง
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ
Adtvcthai.com@2009. Contact Us
